PROGRAMME

MANAGING CHANGE FOR SUCCESS

INTRODUCTION :

“ความเปลี่ยนแปลง” คือสัจธรรมในโลกธุรกิจปัจจุบัน เราอยู่ในยุคที่ปัจจัยทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม ค่านิยม พฤติกรรมผู้บริโภค เปลี่ยนแปลงและผันผวนปรวนแปรอย่างหนัก เห็นได้ชัดจากวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์สั้นลง พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนรวดเร็ว มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ถูกนำเสนอแทบทุกวัน ฯลฯ การหยุดนิ่งจึงหมายถึงการถอยหลัง ขณะเดียวกัน สมรภูมิการแข่งขันได้เปลี่ยนจากระดับประเทศ ไปสู่ระดับภูมิภาค และระดับโลก องค์กรธุรกิจไม่อาจบริหารแบบเดิมที่สนใจเพียงอดีตและปัจจุบันได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องสนใจถึงความเปลี่ยนแปลงในอนาคต และวางแผนพัฒนาองค์กรอย่างมีวิสัยทัศน์เพื่อสร้างโอกาสความสำเร็จให้กับธุรกิจ

องค์กรใดมองโอกาสได้ก่อน ปรับตัวได้ก่อน ย่อมมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้สูงยิ่ง ดังตัวอย่างของบริษัทขนาดเล็กที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีก็ขึ้นมาล้มยักษ์ใหญ่ที่มีอายุกว่าร้อยปีลงได้ ตรงกันข้าม องค์กรธุรกิจที่ไม่ปรับตัวให้ทันการณ์ ไม่สนใจพลวัตการเปลี่ยนแปลงเพียงพอ ขาดการกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์องค์กรอย่างมีวิสัยทัศน์เหมาะสม ขาดการบริหารการเปลี่ยนแปลงอย่างมืออาชีพ องค์กรเหล่านี้กำลังถูกทิ้งไว้เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลง โอกาสที่องค์กรเหล่านี้จะดำรงอยู่อย่างประสบความสำเร็จยั่งยืนก็น้อยลงไปทุกที ดังจะเห็นจากกรณีของบริษัทยักษ์ใหญ่อันดับต้นของโลกที่ประสบความล้มเหลวทางธุรกิจ บ้างต้องขายกิจการ

การแสวงหาทางเลือกใหม่ ๆ แล้วปรับปรุงพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิม กลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการบริหารกิจการให้อยู่รอด แต่เป็นสิ่งที่น่าแปลก คือ บ่อยครั้ง การเปลี่ยนแปลงที่ผู้บริหารพยายามสร้างให้เกิดขึ้น มักไม่สำเร็จอย่างที่คาดหวังไว้ สาเหตุสำคัญประการหนึ่งคือ การขาดทักษะและความสามารถในการขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลง (managing change) รวมทั้งการขาดความพร้อมในหลาย ๆ ด้าน เช่น ความพร้อมของทีมงาน ความพร้อมเชิงแนวคิด ทรัพยากร กระบวนการในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงไม่เหมาะสมกับองค์กร ความไม่มั่นใจของบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ฯลฯ

การนำการเปลี่ยนแปลงที่ประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องการสร้างกลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลง การสร้างความมั่นใจ การเสริมขวัญกำลังใจ รวมทั้งการสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อการเปลี่ยนแปลง ให้กับผู้คนทั่วทั้งองค์กร ร่วมกับการสร้างให้ทุกคนมีส่วนร่วม เพื่อทำให้ทุกส่วนขององค์กรขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงไปพร้อม ๆ กัน อย่างสอดประสานในทิศทางที่ผู้บริหารคาดหวังไว้ สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยการสร้างภาวะการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Leadership for Change) ที่มีความสามารถและทักษะในการบริหารการเปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุนี้ องค์กรที่ต้องการก้าวให้ทันและล้ำหน้าการแข่งขันจึงจำเป็นต้องพัฒนาบุคลากรในระดับต่าง ๆ ให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิผล มีศาสตร์และศิลป์ในการนำการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบ สามารถใช้เทคนิคและเครื่องมือในการบริหารการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเชี่ยวชาญและชาญฉลาด

KEY BENEFITS :

  • หลักการและกระบวนการที่ใช้เพื่อบริหารความเปลี่ยนแปลงอย่างประสบความสำเร็จ
  • เทคนิคและเครื่องมือที่สำคัญที่ใช้เพื่อวางแผนและการดำเนินการบริหารความเปลี่ยนแปลงอย่างได้ผล
  • แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเพื่อการเปลี่ยนแปลงของตนเอง เพื่อให้รับผิดชอบงานการพัฒนาปรับปรุงองค์กรและการบริหารจัดการโครงการริเริ่มใหม่ให้บรรลุเป้าหมาย
  • การพัฒนากลยุทธ์และแผนปฏิบัติที่เหมาะสมกับองค์กรในการบริหารการเปลี่ยนแปลง

KEY CONTENTS :

Module 1 เข้าใจการเปลี่ยนแปลง

  • แรงขับเคลื่อน (Forces) ของการเปลี่ยนแปลง : ทำไมต้องเปลี่ยน อย่างไรที่เรียกว่าการเปลี่ยนแปลง
  • กฎพื้นฐานของการเปลี่ยนแปลง
  • ประเภทของการเปลี่ยนแปลง

Module 2 พร้อมก้าวสู่ความเปลี่ยนแปลง

  • หลักการ แนวคิด การบริหารการเปลี่ยนแปลงให้ได้ผลในสภาพแวดล้อมที่มีพลวัตสูง
  • การประเมินความพร้อมและอุปสรรคต่อการเปลี่ยนแปลง
  • เปลี่ยน 3 ระดับ : เปลี่ยนตน เปลี่ยนทีม เปลี่ยนองค์กร
  • ผู้นำกับการบริหารการเปลี่ยนแปลง

Module 3 บริหารความเปลี่ยนแปลงให้สำเร็จ

  • แผนที่การเปลี่ยนแปลง (Change Roadmap) : วางแผนสู่การเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิผล
  • บันได 8 ขั้นของการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Kotter’s change model)
  • กลยุทธ์การบริหารการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงของการเปลี่ยนผ่าน
  • เข้าใจแรงต้านการเปลี่ยนแปลง และเทคนิคการเสริมสร้างทัศนคติมุมมองเชิงบวกต่อการเปลี่ยนแปลง

Workshop

  • วิเคราะห์กรณีศึกษา : ความล้มเหลวจากการเปลี่ยนไม่ทัน ความสำเร็จจากการเปลี่ยนเชิงรุก
  • อะไรในองค์กรของเราที่ต้องเปลี่ยนแปลง?
  • จัดทำ change roadmap สำหรับงานในองค์กร
  • แนวทางสร้างการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลง

TARGET PARTICIPANTS :

  • ผู้บริหาร
  • ผู้จัดการ
  • หัวหน้างาน
  • ผู้นำทีม

METHODOLOGY :

  • Workshop
  • Case Study
  • Role Play
  • Participation

VENUE :

Ibis Bangkok Riverside Hotel

TIME :

17 ตุลาคม  2559  (09.00-16.00)

อัตราค่าอบรม หัก ณ ที่จ่าย 3% ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ราคาสุทธิ
5,700 THB 171 THB 399 THB 5,928 THB